หมวดหมู่: เตรียมสอบ IC License

  • สอบ IC License คืออะไร ต้องสอบกี่หลักสูตร (P1 P2 P3)

    สอบ IC License คืออะไร ต้องสอบกี่หลักสูตร (P1 P2 P3)

    คำตอบสั้นที่สุดคือ ทุกคนเริ่มที่ P1 แล้วค่อยสอบ P2 หรือ P3 เพิ่ม ถ้าต้องขายผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้น บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมถึงแบ่งแบบนี้ จะได้เลือกสอบให้ตรงกับงานที่ทำ ไม่เสียเวลาสอบเกินจำเป็น

    IC License คืออะไร

    IC License (Investment Consultant) คือใบอนุญาตของคนที่ทำหน้าที่แนะนำการลงทุน เทียบง่าย ๆ กับใบขับขี่ จะขับรถบนถนนได้ต้องมีใบขับขี่ฉันใด จะแนะนำหุ้น ตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมให้ลูกค้าก็ต้องมี IC License ฉันนั้น

    การได้มามี 2 ขั้น คือสอบผ่านหลักสูตรที่กำหนด แล้วได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนเริ่มทำงานจริง บทความนี้พูดถึงขั้นแรก คือต้องสอบอะไรบ้าง

    Single License กับ IC License ต่างกันไหม

    คือใบอนุญาตเดียวกันคนละยุค สมัยก่อนเรียก Single License เพราะรวมทุกผลิตภัณฑ์ไว้ในใบเดียว ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 (2018) ก.ล.ต. ปรับเป็นระบบ IC License ที่แบ่งตามความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์

    เหตุผลคือผลิตภัณฑ์การเงินซับซ้อนขึ้นมาก เช่น หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ Hedge Fund คนที่ขายกองทุนรวมทั่วไปไม่ควรขายของเหล่านี้ได้ทันทีโดยไม่ได้เรียนเพิ่ม ถ้าวันนี้อยาก “สอบ Single License” ให้เริ่มที่ P1

    สอบ 3 หลักสูตร ได้ใบอนุญาต 4 แบบ

    ให้มองแยกเป็น 2 เรื่อง คือ “หลักสูตรที่สอบ” กับ “ใบอนุญาตที่ได้” หลักสูตรเป็นเหมือนตัวต่อ สอบผ่านตัวไหนบ้าง ก็ได้ใบอนุญาตตามนั้น

    หลักสูตรเนื้อหาข้อสอบเกณฑ์ผ่าน
    P1 Plain Productsตราสารทุน ตราสารหนี้ กองทุนรวม ความรู้พื้นฐาน กฎระเบียบและจรรยาบรรณ100 ข้อ · 150 นาที70 ข้อ และหมวด 2 อย่างน้อย 14 จาก 20 ข้อ
    P2 Complex (ตราสารหนี้ กองทุนรวม)ตราสารหนี้และกองทุนรวมที่เสี่ยงสูงหรือซับซ้อน เช่น High Yield Bond, Perpetual Bond, Hedge Fund25 ข้อ · 40 นาที18 ข้อ
    P3 Complex (ตราสารอนุพันธ์)Futures, Forward, Swap, Options และการซื้อขายใน TFEX50 ข้อ · 80 นาที35 ข้อ
    ใบอนุญาตแนะนำผลิตภัณฑ์ได้ต้องสอบผ่าน
    IC Plainตราสารทั่วไปP1
    IC Complex 2ตราสารทั่วไป + ตราสารหนี้ กองทุนรวมที่ซับซ้อนP1 + P2
    IC Complex 3ตราสารทั่วไป + ตราสารอนุพันธ์P1 + P3
    IC Complex 1ครบทุกประเภทP1 + P2 + P3

    สังเกตว่า P1 อยู่ในทุกแถว เพราะ P2 และ P3 คือการเอาตราสารพื้นฐานใน P1 มาเพิ่มความเสี่ยงหรือโครงสร้างพิเศษ ถ้าไม่เข้าใจตัวพื้นฐาน ก็จะอ่านตัวซับซ้อนไม่เข้าใจ

    ค่าสมัครสอบ

    ค่าสอบจะปรับขึ้นหลักสูตรละ 300 บาท ตั้งแต่ 1 เมษายน 2570

    หลักสูตรสอบถึง 31 มี.ค. 2570สอบตั้งแต่ 1 เม.ย. 2570
    P11,200 บาท1,500 บาท
    P2850 บาท1,150 บาท
    P3950 บาท1,250 บาท

    ใครควรสอบ IC License

    • พนักงานธนาคาร ที่เสนอขายกองทุนรวม หุ้นกู้ หรือพันธบัตร
    • มาร์เก็ตติ้งบริษัทหลักทรัพย์ ที่แนะนำการซื้อขายหุ้น
    • ตัวแทนประกันชีวิต ที่ขายประกันควบการลงทุน (Unit-linked)
    • ตัวแทนอิสระ ที่แนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ลูกค้า
    • คนทั่วไป ที่อยากเข้าใจผลิตภัณฑ์การเงินก่อนลงทุนเอง เรียนได้โดยไม่ต้องสอบ

    เริ่มตรงไหนดี

    ถ้ายังไม่เคยสอบ ลองทำข้อสอบทดลอง P1 ฟรี 10 ข้อก่อน จะรู้ว่าตัวเองอ่อนหมวดไหน แล้วดูรายละเอียดหลักสูตร P1 หรือทัก LINE @yourwisdom มาถามผมได้โดยตรงครับ

  • สอบ IC ยากไหม คนไม่มีพื้นฐานสอบผ่านได้จริงไหม

    สอบ IC ยากไหม คนไม่มีพื้นฐานสอบผ่านได้จริงไหม

    สอบผ่านได้จริง ผู้เรียนของผมจำนวนมากไม่ได้จบการเงินหรือบัญชี ความยากของ IC ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาลึก แต่อยู่ที่ 3 เรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ทันระวัง ถ้ารู้ก่อน ก็เตรียมตัวได้ตรงจุด

    ความยากที่ 1: เนื้อหากว้าง

    P1 ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดการเงิน ผลตอบแทนและความเสี่ยง กฎระเบียบ ไปจนถึงตราสารทุน ตราสารหนี้ และกองทุนรวม คนที่อ่านทีละบทแล้วพยายามท่องจำ มักลืมบทแรกตอนอ่านถึงบทสุดท้าย

    ทางแก้คือสร้างความจำให้เป็นระบบ ไม่จำแยกเป็นเรื่อง ๆ จนสับสน ค่อย ๆ ดูว่าแต่ละจุดเชื่อมโยงกันอย่างไร แบบ Connect the dots

    ความยากที่ 2: หมวด 2 มีเกณฑ์ผ่านของตัวเอง

    P1 ต้องได้ 70 จาก 100 ข้อ และ หมวด 2 (กฎระเบียบและการให้คำแนะนำที่เหมาะสม) ต้องได้อย่างน้อย 14 จาก 20 ข้อ ต่อให้คะแนนรวม 80 ข้อ แต่หมวด 2 ได้ 13 ข้อ ก็ยังสอบไม่ผ่าน

    ที่เป็นแบบนี้เพราะ ก.ล.ต. ต้องการให้ผู้แนะนำการลงทุนรู้กฎและจรรยาบรรณจริง ไม่ใช่เก่งแค่ตัวเลข หมวดนี้คำนวณน้อย แต่ตัวเลือกมักคล้ายกันมาก ต้องเข้าใจเหตุผลของกฎ ไม่ใช่จำแค่คำ

    ความยากที่ 3: เวลาเฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที

    100 ข้อใน 150 นาที ดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าติดโจทย์คำนวณสัก 3–4 ข้อ เวลาจะหายเร็วมาก คนที่ไม่เคยฝึกจับเวลามักทำไม่ทันทั้งที่รู้เนื้อหา

    ทางแก้คือฝึกทำชุดข้อสอบเต็มแบบจับเวลาอย่างน้อย 1–2 ชุดก่อนวันสอบ และฝึกข้ามข้อให้เป็น เรื่องไหนยังไม่แม่นหรือคิดเกิน 2 นาที ให้ข้ามไปก่อน ไม่ต้องทำเรียงข้อ เพราะกลับมาทำทีหลังได้เสมอ

    คนไม่มีพื้นฐาน ควรเตรียมตัวอย่างไร

    1. เริ่มจากภาพรวม รู้ก่อนว่าตลาดการเงินมีใครบ้าง แต่ละตราสารต่างกันตรงไหน แล้วค่อยลงรายละเอียด
    2. เข้าใจที่มาก่อนสูตร สูตรที่เข้าใจที่มาจะจำได้เอง และใช้กับโจทย์ที่พลิกแพลงได้
    3. ให้เวลาหมวด 2 เป็นพิเศษ เพราะมีเกณฑ์ย่อยที่ตัดสินผลได้
    4. ฝึกโจทย์จับเวลา แล้วดูผลแยกหมวด จะรู้ว่าต้องกลับไปอ่านตรงไหน

    ผู้เรียนที่ไม่มีพื้นฐานพูดถึงคลาส

    “จากคนที่ไม่มีประสบการณ์เรื่องบัญชีการเงินเลย ได้มาเรียน ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ไม่เครียดตอนเรียนเลย”

    ผู้เรียน IC P1 คลาส Public

    “คุณท๊อปเข้าใจคนที่คิดคำนวณตามไม่ทันได้ดีมาก และแก้ปัญหาด้วยการหาเหตุการณ์หรือรูปภาพจนเข้าใจ”

    พนักงานธนาคาร อบรม In-house

    ลองวัดตัวเองก่อน

    ทำข้อสอบทดลอง P1 ฟรี 10 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที รู้ผลทันทีว่าอ่อนหมวดไหน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะอ่านเองหรือเรียนกับผม

  • เตรียมตัวสอบ IC P1 ใน 30 วัน แผนอ่านรายสัปดาห์

    เตรียมตัวสอบ IC P1 ใน 30 วัน แผนอ่านรายสัปดาห์

    30 วันพอสำหรับ P1 ถ้าอ่านวันธรรมดาวันละ 1–2 ชั่วโมง และเสาร์อาทิตย์วันละ 3–4 ชั่วโมง หัวใจของแผนนี้คือเรียงลำดับให้เนื้อหาต่อยอดกัน และเก็บสัปดาห์สุดท้ายไว้ฝึกโจทย์เต็ม ๆ

    ก่อนเริ่ม: วัดตัวเอง 1 ครั้ง

    ทำข้อสอบทดลอง P1 ฟรี 10 ข้อก่อนอ่าน จะรู้ว่าหมวดไหนต้องใช้เวลามากกว่าแผนนี้ แล้วจองวันสอบไว้เลย การมีวันสอบที่แน่นอนช่วยให้อ่านต่อเนื่องกว่ามาก

    แผน 4 สัปดาห์

    สัปดาห์อ่านอะไรเป้าหมายปลายสัปดาห์
    1 (วันที่ 1–7)หมวด 1 ความรู้พื้นฐาน: ตลาดการเงิน ผลตอบแทนและความเสี่ยง การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานอธิบายได้ว่าผลตอบแทนกับความเสี่ยงเกี่ยวกันอย่างไร
    2 (วันที่ 8–14)หมวด 3 ส่วนตราสารทุนและตราสารหนี้ รวมโจทย์คำนวณคำนวณประเมินราคาหุ้นได้ และเข้าใจประเภทและความเสี่ยงของตราสารหนี้
    3 (วันที่ 15–21)หมวด 3 ส่วนกองทุนรวม + หมวด 2 กฎระเบียบและการให้คำแนะนำที่เหมาะสมทำโจทย์หมวด 2 ได้เกิน 70%
    4 (วันที่ 22–30)ทำข้อสอบเต็มชุด 100 ข้อ จับเวลา 150 นาที 2 ชุด แล้วกลับไปอ่านหมวดที่พลาดได้ 75 ข้อขึ้นไป และหมวด 2 ได้ 15 ข้อขึ้นไป

    ทำไมเรียงแบบนี้

    • หมวด 1 ก่อน เพราะเป็นภาษาที่ทุกบทใช้ เช่น ความเสี่ยง อัตราดอกเบี้ย มูลค่าเงินตามเวลา
    • ตราสารทุนและตราสารหนี้ก่อนกองทุนรวม เพราะกองทุนก็คือตะกร้าที่ใส่หุ้นและตราสารหนี้ไว้
    • หมวด 2 ในสัปดาห์ที่ 3 ให้ใกล้วันสอบ กฎระเบียบลืมง่ายที่สุด และมีเกณฑ์ย่อย 14 จาก 20 ข้อ
    • สัปดาห์สุดท้ายไม่อ่านเนื้อหาใหม่ ใช้ฝึกโจทย์และอุดจุดที่พลาดเท่านั้น
    • เป้าหมายสูงกว่าเกณฑ์ 5 ข้อ เผื่อความตื่นเต้นในวันจริง คะแนนห้องสอบมักต่ำกว่าตอนฝึกที่บ้าน

    ทบทวนอย่างไรให้จำได้

    อ่านจบแต่ละบท ให้ปิดหนังสือแล้วเขียนสรุปให้ได้ 5 บรรทัด ถ้าเขียนไม่ได้ แปลว่ายังไม่เข้าใจ แค่คุ้นตา ส่วนสูตรให้จดรวมไว้หน้าเดียว และทบทวนทุกคืนก่อนนอน 5 นาที

    ศัพท์เฉพาะและคำย่อที่เจอระหว่างอ่าน ทบทวนด้วยFlashcards คำศัพท์ IC ฟรี 106 คำ เลือกเฉพาะหมวดที่ตรงกับสัปดาห์ที่อ่านอยู่ได้

    ไม่มีเวลา 30 วัน

    คลาส P1 แบบ Onsite 1+3 อัดเนื้อหาทั้ง 3 หมวดใน 4 วัน พร้อมฝึกข้อสอบจับเวลาในห้อง ส่วนแบบ Online ดูคลิปได้ 90 วัน ใช้แผนนี้คู่กันได้ ดูรายละเอียดที่หน้าหลักสูตร P1

  • สมัครสอบ IC ที่ไหน ขั้นตอนจองสอบ ATI และ AIMC

    สมัครสอบ IC ที่ไหน ขั้นตอนจองสอบ ATI และ AIMC

    สอบ IC ได้ที่ 2 ศูนย์ คือ ATI และ AIMC ทั้งคู่อยู่ที่อาคารเลครัชดา ใกล้ MRT สุขุมวิทและ BTS อโศก ข้อสอบมาจากคลังเดียวกันของ TSI ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เลือกที่ไหนก็ได้ตามวันเวลาที่สะดวก

    ส่วนรอบสอบต่างจังหวัด ติดตามได้จากปฏิทินสอบบนเว็บไซต์ของทั้ง 2 สถาบัน

    ศูนย์ไหนง่ายกว่ากัน

    ไม่มีครับ ผมได้ยินคำถามนี้บ่อยมาก ข้อสอบทั้งสองศูนย์สุ่มมาจากคลังข้อสอบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ชุดเดียวกัน คนที่บอกว่าอีกที่ง่ายกว่า ส่วนใหญ่เป็นเพราะสุ่มได้ชุดที่ตรงกับที่ตัวเองเตรียมมา ปัจจัยที่ตัดสินผลจริงคือเตรียมตัวครบทุกหมวดและฝึกโจทย์พอ

    เทียบ 2 ศูนย์สอบ

    ATIAIMC
    ชื่อเต็มสถาบันฝึกอบรม สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
    สถานที่อาคารเลครัชดาออฟฟิศคอมเพล็กซ์ 2 ชั้น 2 (195/3 ถ.รัชดาภิเษก)อาคารเลครัชดาคอมเพล็กซ์ 2 ชั้น 3 (195/4 ถ.รัชดาภิเษก)
    สนามสอบต่างจังหวัดมี ดูจากปฏิทินสอบดูจากหน้าจองสอบ
    จองสอบati-asco.org/testing-icaimc.or.th/center
    ติดต่อ02-096-2955 ต่อ 202-264-0900

    ขั้นตอนจองสอบกับ ATI

    1. เปิดปฏิทินสอบ ดูวัน เวลา สถานที่ และที่นั่งที่เหลือ
    2. เลือกรอบสอบ แล้วเลือกหลักสูตร เช่น ผู้แนะนำการลงทุนตราสารทั่วไป (P1)
    3. อ่านระเบียบการสอบ
    4. สมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบ แล้วชำระค่าสอบด้วย QR หรือบัตรเครดิต/เดบิต
    5. รออีเมลยืนยัน และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้แสดงวันสอบ

    ระวังเรื่องเวลา: ระบบออนไลน์ปิดรับสมัครล่วงหน้า ถ้าต้องการสอบเร็ว ๆ นี้แต่จองออนไลน์ไม่ทัน อาจต้องไป Walk-in ที่ศูนย์สอบ

    ขั้นตอนจองสอบกับ AIMC

    1. เข้าเว็บ AIMC Center แล้วเลือกจองสอบหลักสูตร Investment Consultant (IC)
    2. เข้าสู่ระบบ ถ้ายังไม่มีบัญชีให้สมัครสมาชิกก่อน
    3. เลือกหลักสูตร เช่น P1: Plain Products แล้วเลือกวันและรอบสอบจากปฏิทิน
    4. ตรวจสรุปการจอง กดจอง แล้วชำระเงิน

    จะสอบ P2 หรือ P3 ก็ทำเหมือนกัน เปลี่ยนแค่หลักสูตรตอนเลือก

    ค่าสอบปรับขึ้น 1 เม.ย. 2570

    หลักสูตรสอบถึง 31 มี.ค. 2570สอบตั้งแต่ 1 เม.ย. 2570
    P11,200 บาท1,500 บาท
    P2850 บาท1,150 บาท
    P3950 บาท1,250 บาท

    ถ้าวางแผนสอบช่วงต้นปี 2570 จองรอบก่อน 1 เม.ย. จะประหยัด 300 บาทต่อหลักสูตร

    วันสอบ: ไปถึงก่อนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

    ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มขั้นตอนยืนยันตัวตนก่อนเข้าสอบ จึงควรไปถึงศูนย์สอบก่อนเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง พกบัตรประชาชนและหลักฐานการชำระค่าสอบไปด้วย ส่วนเครื่องคิดเลข ปัจจุบันใช้ได้เฉพาะแบบธรรมดา (บวก ลบ คูณ หาร) ที่ไม่มีฟังก์ชันอื่น

    ก่อนกดจอง ลองเช็กความพร้อมก่อน

    ทำข้อสอบทดลอง P1 ฟรี 10 ข้อ ถ้ายังได้ไม่ถึง 7 ข้อ แนะนำให้เผื่อเวลาอ่านอีกสัก 2–4 สัปดาห์ก่อนเลือกวันสอบ

    แหล่งข้อมูล: ATI หน้าแรก · ATI ขั้นตอนสมัครสอบ · AIMC ติดต่อเรา · SET หลักสูตร IC Plain

  • 9 เทคนิคก่อนและระหว่างวันสอบ IC

    9 เทคนิคก่อนและระหว่างวันสอบ IC

    คนที่อ่านมาดีแต่สอบไม่ผ่าน ส่วนมากเสียคะแนนเพราะเวลากับความตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะไม่รู้ 9 เทคนิคนี้แบ่งตามช่วงเวลา ใช้ได้ทั้ง P1 P2 และ P3

    ช่วงที่ 1: ก่อนวันสอบ

    1. อ่านทวนจนอธิบายได้ อ่านแต่ละบทจนปิดหนังสือแล้วอธิบายให้คนอื่นฟังได้ ความมั่นใจในห้องสอบมาจากตรงนี้
    2. ฝึกทำโจทย์จับเวลาตามจริง P1 มีเวลาเฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที ฝึกจนรู้จังหวะตัวเอง วันจริงจะไม่ตกใจเมื่อเห็นนาฬิกา

    ช่วงที่ 2: เช้าวันสอบ

    1. เช็กของก่อนออกจากบ้าน บัตรประชาชน หลักฐานการชำระค่าสอบ และเครื่องคิดเลขแบบธรรมดา (บวก ลบ คูณ หาร) ที่ไม่มีฟังก์ชันอื่น ซึ่งเป็นแบบเดียวที่ใช้ได้ในปัจจุบัน ลืมชิ้นเดียวอาจไม่ได้เข้าสอบ
    2. ไปถึงก่อนเวลาสอบอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 มีขั้นตอนยืนยันตัวตนก่อนเข้าห้องสอบ และต้องมีเวลาหาที่จอดรถและคุ้นกับสถานที่ สมองจะไม่เข้าห้องสอบมาด้วยความรีบ
    3. เข้าห้องน้ำก่อนเข้าห้องสอบ P1 สอบ 150 นาที เวลาที่เสียไปกลางคันคือเวลาทำข้อสอบที่หายไป

    ช่วงที่ 3: ในห้องสอบ

    1. จดสูตรลงกระดาษทดทันที เทสูตรที่จำมาออกมาก่อนเจอโจทย์ ตอนเจอโจทย์ยากแล้วตื่นเต้น สูตรที่เคยจำได้มักหายไป
    2. เจอข้อกฎระเบียบ ให้อ่านช้าลง หมวด 2 ต้องได้อย่างน้อย 14 จาก 20 ข้อ และข้อสอบปัจจุบันสุ่มสลับหมวด จึงต้องจำแนกให้ได้เองว่าข้อไหนเป็นเรื่องกฎ จรรยาบรรณ หรือการแนะนำที่เหมาะสม แล้วให้เวลากับข้อเหล่านี้เต็มที่
    3. ข้อไหนลังเล ข้ามก่อน คะแนนทุกข้อเท่ากัน อย่าเสีย 5 นาทีกับข้อเดียวจนไม่ได้ทำข้อง่ายท้าย ๆ และระวังคำถามเชิงปฏิเสธ เช่น “ข้อใดไม่ถูกต้อง” หรือ “ยกเว้น” ขีดเส้นใต้คำนั้นก่อนตอบ
    4. จำเรื่องที่ไม่มั่นใจไว้ทบทวนทีหลัง ถ้าต้องสอบใหม่ จะรู้ทันทีว่าต้องกลับไปอ่านหัวข้อไหน ไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งเล่ม

    อยากฝึกจับเวลาตั้งแต่วันนี้

    เริ่มจากข้อสอบทดลอง P1 ฟรี 10 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วดูผลแยกหมวด ถ้าอยากได้ชุดเต็มและคำอธิบายทุกข้อ ทัก LINE @yourwisdom มาถามรอบเรียนได้ครับ